ในยุคที่ผู้คนหันมาสนใจเรื่องของสุขภาพ ทำให้มีผู้ประกอบการหลายรายต่างผลิตสินค้าประเภทอาหารเสริม อย่างล่าสุด บริษัท ศรีราชาโมด้า จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการเลี้ยงจระเข้ ในนามฟาร์มจระเข้ศรีราชาฟาร์ม ที่ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นำผลงานวิจัยของนักวิจัย 3 สถาบัน “มหาวิทยาลัยมหิดล-มหาวิทยาลัยขอนแก่น-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” จากเลือดจระเข้มาต่อยอดทำเป็นผลิตอาหารเสริมบรรจุแคปซูล ออกมาจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า หรือแบรนด์ “โมด้าพลาส” (MODAPLAS) ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นรายแรกของโลก และเปิดตัวสินค้าอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้

ยศพงษ์ เต็มศิริพงศ์ ผู้ดูแลงานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากเลือดจระเข้ บริษัท ศรีราชาโมด้า จำกัด และผู้เชี่ยวชาญด้านจระเข้ระดับนานาชาติและหนึ่งในทีมวิจัย บอกว่า ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา มีนักวิจัยทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย รวมถึงนักวิจัยของไทย มีการพัฒนาวิจัยเลือดจระเข้เพื่อหาคุณสมบัติที่อาจเป็นยาได้ และนับเป็นความโชคดีที่นักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ร่วมกันวิจัยจนประสบผลสำเร็จและพบว่า เลือดจระเข้มีประโยชน์หลายอย่าง บริษัท ศรีราชาโมด้าจึงมีการต่อยอดผลงานวิจัยดังกล่าว เพื่อนำมาผลิตอาหารเสริมในรูปแบบของแคปซูล สำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง

เนื่องจากเลือดจระเข้อุดมด้วยโปรตีน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า สดชื่น ลดความเครียด รักษาความสมดุลของปฏิกิริยาเคมีในร่างกายและเสริมธาตุเหล็ก ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและบำรุงเลือดในผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง เพราะมีธาตุเหล็ก 10% ของปริมาณที่ต้องการต่อวัน นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมภูมิร่างกายในทุกเพศทุกวัย ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีวางจำหน่ายที่บริษัท เมด แคร์ดี-เชน จำกัด บริษัท วี.เอ.เอ็น ดิสเพนซารี จำกัด และเอเพ็กซ์ ขายในราคา ขวดเล็ก 30 เม็ด 500 บาท ขวดใหญ่ 100 เม็ด 1,500 บาท

ผศ.ดร.เกียรติทวี ชูวงศ์โกมล กลุ่มวิจัยเคมีประยุกต์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า องค์ประกอบภายในเลือดจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย หลายชนิดมีความสามารถในการป้องกันตัวเองจากการบุกรุกของเชื้อแบคทีเรีย โดยสังเกตจากบริเวณที่จระเข้อาศัยอยู่ ซึ่งมีจุลินทรีย์จำนวนมาก แต่เมื่อจระเข้เป็นแผลสามารถหายได้ในเวลาไม่นานและไม่มีอาการติดเชื้อใดๆ เพราะสารโปรตีนชนิดเปปไทด์ในเลือดจระเข้มีฤทธิ์ต่อต้านการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ซึ่งในอนาคตสามารถพัฒนาเลือดจระเข้ให้เป็นตัวยาที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อเอชไอวีในผู้ป่วยโรคเอดส์ได้ แต่ต้องใช้เวลาในการศึกษาวิจัยต่อไป

ดร.นิลวรรณ เพชระบูรณิน สมาชิกวุฒิสภา และรองโฆษกคณะกรรมาธิการการปกครองและกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา กล่าวว่า เนื่องจากเนื้อและเลือดของจระเข้มีประโยชน์ต่อวงการแพทย์ ซึ่งจะมีโครงการทดลองอีกมากมายในอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนางานวิจัยเป็นครีมทาป้องกันการติดเชื้อในคนไข้เบาหวาน แผลไฟไหม้ และแผลผ่าตัด ซึ่งมีผลการทดลองในหนูทดลองแล้ว พบว่าทำให้แผลหายเร็วและไม่เกิดการติดเชื้อ เพราะมีฤทธิ์ลดปริมาณเชื้อไวรัส นอกจากนี้ยังพัฒนาเป็นยาบรรเทาอาการหอบหืด บรรเทาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งเป็นฮีโมโกลบินอัดเม็ดรับประทานได้เหมือนอาหารเสริม โดยมีผลรับรองจาก อย.ว่าไม่เป็นพิษต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและยาว

ก็นับเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่รักสุขภาพ เนื่องจากเลือดจระเข้นั้นได้รับการยืนยันจากทีมนักวิจัยว่ามีคุณประโยชน์หลายอย่าง ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบการผลิตยาได้ในอนาคต

กว่าจะได้”โมด้าพลาส”แคปซูล
ขั้นตอนก่อนที่จะผลิต “โมด้าพลาส” แคปซูลนั้น จะเลือกวัตถุดิบคือจระเข้ที่ผ่านการคัดสรรมาจากจระเข้ที่มีอายุ 3-4 ปี เลี้ยงในระบบฟาร์มปิด ตามมาตรฐานจีเอพีของกรมประมง ปลอดภัยจากสารตกค้าง เช่น ยาปฏิชีวนะ และฮอร์โมน เพราะการเพาะเลี้ยงจระเข้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชนิดใดๆ อย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจได้ว่าสะอาด ปลอดภัย และมีประโยชน์

จากนั้นจะนำจระเข้มาเจาะดูดโดยกระบวนการปลอดเชื้อจากโรงชำแหละจระเข้มาตรฐาน ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยวิธีพาสเจอไรเซซั่น แล้วนำไประเหิดแห้งด้วยกระบวนการฟรีซดราย (Freeze Dry) จนได้เลือดจระเข้อบแห้งบรรจุในแคปซูล ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่อุดมด้วยโปรตีนและธาตุเหล็ก ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง โดยมีส่วนประกอบคือเลือดจระเข้แห้ง 100%

กระบวนการการผลิตนั้น จะผ่านกระบวนการผลิตด้วยการฆ่าเชื้อ ที่มีกรรมวิธีที่ออกแบบเฉพาะ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่สะอาด ปลอดภัยต่อการบริโภค รวมถึงรักษาคุณสมบัติของโปรตีนไว้เป็นอย่างดี เป็นไปตามมาตรฐานจีเอพีของผลิภัณฑ์เสริมอาหารด้วย

เมื่อผลิตอาหารเสริมโมด้าพลาส บรรจุแคปซูลแล้ว นำมารับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล 2 เวลา เช้า-เย็น พร้อมอาหาร ที่เหลือให้เก็บรักษาในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน สามารถเก็บได้นาน 2 ปี

แต่ข้อควรระวัง คือ เด็ก สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ที่เป็นโรคเลือดบางชนิด เช่น ธาลัสซีเมีย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

คุณสมบัติพิเศษโปรตีนในกลุ่ม “Crocosins Family” จากเลือดจระเข้สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาต่อยอดงานวิจัยเป็นยาปฏิชีวนะต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก :  http://www.komchadluek.net

About these ads